www.eduzones.com : The Most Popular Education Site in Thailand   
 

มหา'ลัยระดับโลก

ร่วมส่งเรื่องราวดี ๆ คลิกที่นี่ ข่าวของท่านมีประโยชน์อีกมากมาย

มหาวิทยาลัยระดับโลก

นิตยสารนิวส์วีค ฉบับวันที่ 21 ส.ค.-28 ส.ค. 2006 ได้จัดอันดับ มหาวิทยาลัยดัง ที่ เปิดรับต่อโลกาภิวัตน์ ไว้น่าสนใจเป็นอย่างมาก

45 อันดับแรกมีดังต่อไปนี้

อันดับที่ 1 ได้แก่ มหาวิทยาลัยฮาร์ วาร์ด ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชู เซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยนี้ตั้งขึ้นเมื่อ ปี 1636 ซึ่งเป็นเวลา 370 ปี มาแล้ว

อันดับที่ 2 ได้แก่ มหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่เก่าแก่เท่ามหาวิทยาลัยฮาร์ วาร์ด แต่ก็ตั้งมา 121 ปี แล้ว

อันดับที่ 3 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเยล เมืองนิวเฮเลน มลรัฐคอนเนตทิคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งขึ้นเมื่อปี 1701 ปัจจุบันมีนักศึกษา 11,359 คน 46% เป็นระดับปริญญาตรี

อันดับที่ 4 ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย อินสติติวท์ ออฟ เทคโนโลยี อยู่ที่เมืองพาซาเดนา มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แม้จะมีนักศึกษาเพียง 2,169 คน ซึ่งไม่มาก แต่ชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้ใคร

อันดับที่ 5 ได้แก่ มหาวิทยาลัย แคลิฟอร์เนีย เบิร์คลีย์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีนักศึกษามากถึง 32,214 คน 70% เป็นระดับปริญญาตรี

อันดับที่ 6 ได้แก่ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งเมื่อปี 1209 เป็นเวลา 797 ปี มาแล้ว

อันดับที่ 7 ได้แก่ แมสซาชูเซตส์อินสติติวท์ ออฟ เทคโนโลยี มลรัฐแมสซาชู เซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ค่าเล่าเรียนต่อปีดูจะแพงมากสุดสูงถึง 32,300 เหรียญสหรัฐ

อันดับที่ 8 ได้แก่ มหาวิทยาลัย ออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่มาก ๆ นั่นคือ ตั้งมาแล้วถึง 910 ปี

อันดับที่ 9 ได้แก่ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ค่าเล่าเรียนสูงไม่เบาเหมือนกัน บางสาขาวิชาสูงถึง 53,500 เหรียญสหรัฐ

อันดับที่ 10 ได้แก่ มหาวิทยาลัย โคลัมเบีย ตั้งอยู่กลางเมือง มลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา มีนักศึกษามากถึง 23,813 คน

อันดับ 11-20 ไล่เรียงได้ดังนี้ มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยดุค สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยโตเกียว ญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจ สหราชอาณา จักร มหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดา มหา วิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา เฟเดอรัลอินสติติวท์ ออฟ เทคโนโลยี ซูริก สวิตเซอร์แลนด์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา

อันดับ 21-30 ได้แก่ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮ็อพคินส์ สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน สหราชอาณาจักร เฟ เดอรัลอินสติติวท์ ออฟ เทคโนโลยี โลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ มหาวิทยาลัยเทกซัส ออสติน สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยวิสคอนซินแมดิสัน สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยเกียวโด ญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยมินนิโซตา ทวิน ซิตี้ส์ สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย แคนาดา มหาวิทยาลัยเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา ลอนดอน สคูล ออฟ อีคอนอมิคส์ สหราชอาณาจักร และ มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น สหรัฐอเมริกา

อีก 15 อันดับ เป็น มหาวิทยาลัยใน สหรัฐอเมริกา 6 มหาวิทยาลัย ใน อังกฤษ 2 มหาวิทยาลัย ใน ออสเตรเลีย 2 มหาวิทยาลัย ใน สวิตเซอร์แลนด์ 2 มหาวิทยาลัย ใน สิงคโปร์ แคนาดา และ ฝรั่งเศส ประเทศละ 1 มหาวิทยาลัย

ริชาร์ด เลวิน ผู้เขียน และทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เขียนไว้ว่า ไม่เคยเป็นมาก่อนในอดีตที่มหาวิทยาลัยกลายเป็น เครื่องมือในการแข่งขันระหว่างชาติ เป็น เครื่องมือในการสร้างสันติภาพ และทำให้ เศรษฐกิจ เดินหน้าไปด้วยดี

ขณะที่ โลกเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ และ คน เป็นไปอย่างเสรี ซึ่ง มหาวิทยาลัย ได้กลายเป็น พลังสำคัญ เกี่ยวกับ การสร้างคน เพื่อขานรับต่อสิ่งดังกล่าวนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ละประเทศส่งเด็กของตัวไปเรียนที่ประเทศอื่นมากขึ้น วิชาที่เปิดสอนก็เกี่ยวกับโลกมากขึ้น แม้กระทั่ง การวิจัย ก็มี โปรแกรมร่วมกัน ระหว่างมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของโลก มากขึ้น

ที่สหรัฐอเมริกา 30% ของบัณฑิตปริญญาเอกเป็นคนต่างชาติ และ 20% ของ อาจารย์จ้างใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ เป็นพวกที่เกิดจากต่างชาติอีกเช่นกัน

ความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยของแต่ละประเทศในโลก จะมีมากขึ้น ไปอีก มหาวิทยาลัยใดปิดตัวเองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกจะถูกลืมเลือนไปในที่สุด

หยิบเอาเรื่องนี้มาเขียนเพื่อ ท่าน ผู้อ่าน ซึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั้งหลายข้างต้น ภูมิใจว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต เราได้ศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับต้น ๆ ทางด้านการขานรับต่อโลกาภิวัตน์เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะไปศึกษายังต่างประเทศ จะได้มีข้อมูลเพิ่มเติมว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในต่างประเทศเป็นเช่นไร จะได้ตัดสินง่ายเข้าว่า ควรไปเรียนที่มหาวิทยาลัยไหนดี.

ที่มา เดลินิวส์
แก้ไขล่าสุดโดย aoff เมื่อ 22/8/2549 17:30:33
   
เรื่องราวและคำแนะนำดี ๆ คัดสรรมาฝากโดย aoff (aoff ja) บทความทั้งหมดของคุณ aoff
วันที่ 22/08/2549 เวลา 14:03:54
เข้าชมข่าวนี้แล้ว 38441 ครั้ง ได้รับการโหวต 70 คะแนน
โหวตให้บทความนี้ คะแนน
ตั้งกระทู้ใหม่ <